การดำเนินกิจกรรมสมาคม

  1. ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งทำหน้าที่บริหารกิจการของสมาคม มีจำนวนอย่างน้อย ๑๐ คน อย่าง มากไม่เกิน ๒๐ คน คณะกรรมการนี้ ได้มาจากการเลือกตั้งของที่ประชุมใหญ่ของสมาคมและให้ผู้ ที่ได้เลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่ เลือกตั้งกันเองเป็นนายกสมาคม ๑ คน และอุปนายก ๑ คน สำหรับ ตำแหน่งกรรมการในตำแหน่งอื่น ๆ ให้นายกเป็นผู้แต่งตั้งผู้ที่ได้รับเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่เข้าดำรง ตำแหน่งต่าง ๆ ของสมาคม ตามที่กำหนดไว้ซึ่งตำแหน่งของกรรมการมีตำแหน่งและหน้าที่ โดยสังเขปต่อไปนี้

    1. นายกสมาคม ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าในการบริหารกิจการของสมาคมเป็นผู้แทนสมาคมในการติดต่อกับบุคคลภายนอก และทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการ และการประชุมใหญ่ของสมาคม
    2. อุปนายก ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยนายกสมาคมในการบริหารกิจการสมาคม ปฏิบัติตามหน้าที่ ที่นายกสมาคมได้มอบหมายและทำหน้าที่แทน นายกสมาคม เมื่อนายกสมาคมไม่อยู่ หรือไม่สามารถจะปฏิบัติ หน้าที่ได้แต่การทำหน้าที่แทนนายกสมาคม ให้อุปนายกตามลำดับ ตำแหน่งเป็นผู้กระทำแทน
    3. เลขานุการ ทำหน้าเกี่ยวกับงานธุรการของสมาคมทั้งหมดเป็นหัวหน้า เจ้าหน้าที่ของสมาคมในการปฏิบัติกิจการของสมาคม และปฏิบัติตามคำสั่งของสมาคม ตลอดจนทำหน้าที่เป็นเลขานุการในการ ประชุมต่าง ๆ ของสมาคม
    4. เหรัญญิก มีหน้าที่เกี่ยวกับการเงินทั้งหมดของสมาคม เป็นผู้จัดทำบัญชี รายรับ รายจ่าย บัญชีงบดุลของสมาคม และเก็บเอกสารหลักฐาน ต่าง ๆ ของสมาคมไว้ตรวจสอบ
    5. ปฏิคม มีหน้าที่ในการต้อนรับแขกของสมาคมเป็นหัวหน้าในการจัดเตรียม สถานที่ประชุมต่าง ๆ ของสมาคม
    6. นายทะเบียน มีหน้าที่เกี่ยวกับทะเบียนสมาชิกทั้งหมดของสมาคมประสานงาน กับเหรัญญิกในการเรียกเก็บเงินค่าบำรุงสมาคมจากสมาชิก
    7. ประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่เผยแพร่กิจการชื่อเสียงเกียรติคุณของสมาคมให้สมาชิก โดยทั่วไปให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย
    8. กรรมการตำแหน่งอื่น ๆตามความเหมาะสม ซึ่งคณะกรรมการเห็นสมควรกำหนดให้มีขึ้น โดยมีจำนวนที่รวมกับตำแหน่งกรรมการตามข้างต้นแล้วจะต้องไม่ เกินจำนวนที่ข้อบังคับกำหนดไว้แต่ถ้าคณะกรรมการมิได้กำหนด ตำแหน่งก็ถือว่าเป็นกรรมการกลาง

    คณะกรรมการชุดแรก ให้ผู้เริ่มการจัดตั้งสมาคมเป็นผู้เลือกตั้ง ประกอบด้วยนายกสมาคมและกรรมการอื่น ๆ ตามจำนวนที่เห็นสมควรตามข้อบังคับของสมาคม

  2. คณะกรรมการของสมาคมอยู่ในตำแหน่งได้คราวละ ๓ ปี และเมื่อคณะกรรมการอยู่ในตำแหน่ง ครบกำหนดตามวาระแล้ว แต่คณะกรรมการชุดใหม่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียน จากทางราชการ ให้คณะกรรมการที่ครบกำหนดวาระรักษาการไปพลางก่อน จนกว่าคณะกรรมการชุดใหม่จะได้รับ อนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ และเมื่อคณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจาก ทางราชการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ให้ทำการส่งและรับมอบงานกันระหว่างคณะกรรมการชุดเก่าและ คณะกรรมการชุดใหม่ให้เป็นที่สำเร็จสิ้นภายใน ๓๐ วัน นับตั้งแต่ คณะกรรมการชุดใหม่ได้รับ อนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ
  3. ตำแหน่งกรรมการสมาคม ถ้าต้องวางลงก่อนครบกำหนดตามวาระก็ให้คณะกรรมการแต่งตั้งสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งที่เห็นสมควรเข้าดำรงตำแหน่งแทนตำแหน่งที่ว่างลงนั้น แต่ผู้ดำรงตำแหน่งแทน อยู่ในตำแหน่งได้เท่ากับวาระของผู้ที่ตนแทนเท่านั้น
  4. กรรมการอาจจะพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งไม่ใช่เป็นการออกตามวาระด้วยเหตุผลต่อไปนี้ คือ
    1. ตาย
    2. ลาออก
    3. ขาดจากสมาชิกภาพ
    4. ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้ออกจากตำแหน่ง
  5. กรรมการที่ประสงค์จะลาออกจากตำแหน่งกรรมการให้ยื่นใบลาออกเป็นลายลักษณ์อักษร ต่อคณะกรรมการ ให้พ้นจากตำแหน่งเมื่อคณะกรรมการสมาคมมีการลงมติให้ออก
  6. อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการสมาคม
    1. มีอำนาจออกระเบียบปฏิบัติต่าง ๆ เพื่อให้สมาชิกได้ปฏิบัติโดยระเบียบปฏิบัตินั้นจะต้องไม่ขัดต่อข้อบังคับฉบับนี้
    2. มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ของสมาคม
    3. มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษา หรืออนุกรรมการได้ แต่กรรมการที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการจะสามารถอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกินวาระของคณะกรรมการที่แต่งตั้ง
    4. มีอำนาจเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปี และประชุมใหญ่วิสามัญ
    5. มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการในตำแหน่งอื่น ๆ ที่ยังมิได้กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้
    6. มีอำนาจบริหารบริการกิจการของสมาคม เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ตลอดจนมี อำนาจอื่น ๆ ตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้
    7. มีหน้าที่รับผิดชอบกิจการทั้งหมด รวมทั้งการเงิน และทรัพย์สินทั้งหมดของสมาคม
    8. มีหน้าที่จัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ ตามสมาชิกสามัญจำนวน ๑ ใน ๓ ของสมาชิก ทั้งหมดได้เข้าชื่อร้องขอให้จัดประชุมวิสามัญขึ้น ซึ่งการนี้จะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่ วิสามัญขึ้นภายใน ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือร้องขอ
    9. จัดทำรายการบัญชีประชุมต่าง ๆ ของสมาคม เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานและจัดส่งให้สมาชิกให้ทราบ
    10. มีหน้าที่อื่น ๆ ตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้
  7. คณะกรรมการจะต้องประชุมอย่างน้อยเดือนละ ๑ ครั้ง ทั้งนี้เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการบริหาร กิจกรรมของสมาคม
  8. การประชุมคณะกรรมการ จะต้องมีคณะกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของ กรรมการทั้งหมด จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม มติของที่ประชุมคณะกรรมการ ถ้าข้อบังคับ มิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ก็ให้คะแนนเสียงมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ก็ให้ประธานใหญ่การประชุมเป็นผู้ชี้ขาด
  9. ในประชุมคณะกรรมการ ถ้านายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไม่อยู่ในที่ประชุม หรือไม่สามารถ ปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้กรรมการที่เข้าประชุมในคราวนั้นเลือกตั้งกันเอง เพื่อให้กรรมการคนใด คนหนึ่งทำหน้าเป็นประธานในการประชุมครั้งนั้น

 
 


สมาคมวิชาชีพครูช่างไฟฟ้ากำลัง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ภายในวิทยาลัยเทคนิคยโสธร ตำบลสำราญ อำเภอเมือง
จังหวัดยโสธร ๓๕๐๐๐ โทร.๐๔๕-๗๐๙๑๖๖ โทรสาร.๐๔๕-๗๐๙๑๖๖